วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560


              นกกระสาแดง
ชื่อสามัญ
นกกระสาแดง (Purple Heron)
ชื่อวิทยาศาสตร์Ardea purpureaขนาดวัดจากปลายปากถึงปลายหางได้ ๙๗ เซนติเมตร
ถิ่นอาศัย
แหล่งน้ำในที่ราบ
สถานภาพ
จากผลการประชุมของผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนกในประเทศไทย จัดโดยสำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นก และธรรมชาติแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ได้จัดให้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ไปจากประเทศไทย เนื่องจากลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว จนเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยมาก




              เต่าจักร
ชื่อสามัญ
เต่าจักร (Spiny turtle)
ชื่อวิทยาศาสตร์Heosemys spinosa (Gray, 1831b)ขนาดความยาวของกระดองหลังของตัวโตเต็มวัยประมาณ ๒๒ เซนติเมตร ถิ่นอาศัยบริเวณลำธารในป่าดิบชื้นสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ๒๕๓๕ จัดอยู่ในกลุ่มที่ถูกคุกคามที่มีแนวโน้มสูญพันธุ์ (threatened species : vulnerable) ตาม IUCN red list of Threatened Animals (1996)



      ไก่ฟ้าหางลายขวาง

ชื่อสามัญไก่ฟ้าหางลายขวาง (Burmese Mrs. Hume's Pheasant)ชื่อวิทยาศาสตร์Syrmaticus humiae burma-nicus (Oates, 1898)ถิ่นอาศัยพื้นล่างของป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าสน บนถูเขาสูงกว่า ๑,๒๐๐ เมตรจากระดับน้ำะเลสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ๒๕๓๕ จากการจัดสถาณภาพล่าสุดป่ ๒๕๓๙ ในประเทศไทย พบว่าอยุ่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) และอยู่ในกลุ่มที่ถูกคุกคาม (Threatened) ตามการจัดสถาณภาพของ IUCN 1979. Hamphrey and Bain (1990) ระบุว่าอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ และจัดเป็นสัตว์หายาก ตามการจัดอันดับของ Mace-Lande ด้วยปัจจุบันจัดอยู่ในบัญชี Cites Appendix I





         

             ปลาค้อถ้ำวังบาดาล

ชื่อสามัญปลาค้อถ้ำวังบาดาล (Cave loach)ชื่อวิทยาศาสตร์Schistura trogocataractus (Kottelat & gery, 1989)ขนาดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมีความยาว ๖ เซนติเมตรถิ่นอาศัยลำธารในถ้ำสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตามการจัดอันดับสถาณถาพ ทรัพยากรชีวภาพ ปี ๒๕๓๘, ใกล้สูญพันธุ์จากการสำรวจล่าสุด ปี ๒๕๔๒






         

                       หมาหริ่ง

ชื่อสามัญหมาหริ่ง (Burmese ferret-badger)
ชื่อวิทยาศาสตร
Melogale personata Geoffrey, 1831ถิ่นอาศัยป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าเต็งรัง และเบญจพรรณสถานภาพหายาก เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ๒๕๓๕ จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่กำลังถูกคุกคาม แต่ไม่ทราบสถานภาพแน่ชัด (K :Insufficially kmow) ตาม IUCN red list of Threatened Animals (1996)






        

                  กระจงควาย

ชื่อสามัญกระจงควาย (Larger Malay Mouse Deer)ชื่อวิทยาศาสตร์Tragulus napu napuขนาดวัดจากหัวถึงก้น ๕๐-๖๐ เซนติเมตรถิ่นอาศัยป่าดงดิบ ป่าพรุสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered species) ตามรายงานการจัดสถานภาพ จากมติการจัดสถาณถาพทรัพยากรชีวภาพ ของประเทศไทย ปี ๒๕๔๐ โดยสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี พ.ศ. ๒๕๓๕





        

                ปูทูลกระหม่อม

ชื่อสามัญปูทูลกระหม่อม, ปูแป้ง (Mealy crab)ชื่อวิทยาศาสตร์Thaipotamon chulabhon Naiyanetr, 1993สถานภาพเป็นสัตว์ที่พบเฉพาะถิ่นในพื้นที่จำกัด และมีแนวโน้มที่จะถูกคุกคาม






          

                  นกช้อนหอยขาว

ชื่อสามัญนกช้อนหอยขาว (Black-headed lbis)ชื่อวิทยาศาสตร์Threskiornis melanocephalusขนาดวัดจากปลายปากถึงปลายหางได้ ๗๖ เซนติเมตรถิ่นอาศัยแหล่งน้ำในที่ราบสถานภาพจากผลการประชุมของผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนกในประเทศไทย จัดโดยสำนักนโยบาย   และแผนสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นก และธรรมชาติแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ได้จัดให้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ไปจากประเทศไทย เนื่องจากลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว จนเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยมาก





         

                  นกตะกราม

ชื่อสามัญนกตะกราม (Greater Adjutant)ชื่อวิทยาศาสตรLeptoptilos dubiusขนาดวัดจากปลายปาก ถึงปลายหางได้ ๑๔๕ เซนติเมตรถิ่นอาศัยหนองบึง ทะเลสาบ แม่น้ำใหญ่ๆ ทุ่งนา ทุ่งหญ้า และป่าโปร่งสถานภาพจากผลการประชุม ของผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกในประเทศไทย จัดโดยสำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสมาคมอนุรกษ์นก และธรรมชาติแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ได้จัดให้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (Critical Endangered) ไปจากประเทศไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากมีจำนวนนกตะกราม เหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยมาก






       
                   เต่าปูลูไทย

ชื่อสามัญเต่าปูลูไทย (Big-headed turtle)ชื่อวิทยาศาสตร์Platysternon megacephalum vogeli Wermuth, 1969ขนาดขนาดใหญ่สุดเท่าที่พบ มีความยาวกระดอง ๒๐ เซนติเมตรถิ่นอาศัยลำธารในป่าดิบเขาที่มีความสูงตั้งแต่ ๑,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไปสถานภาพจากการจัดสถาณภาพทัพยากรชีวภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ และสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๙ จัดว่ามีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable), IUCN (1968) จัดให้เป็นสัตว์ที่ถูกคุกคาม (Threatened) และ พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๓๕ ระบุให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง





        
                      ปลาหมูอารีย์

ชื่อสามัญปลาหมูอารีย์ (dwarf-clawn-loach)
ฃื่อวิทยาศาสตร์ 
Botia sidthimunki Klausewitz, 1959
ถิ่นที่อยู่อาศัยลำธารต้นน้ำ ในสาขาของแม่น้ำน่าน และสาขาแม่น้ำโขง ในประเทศลาว
สถานภาพ
ี่ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ตามการประเมินสถานภาพ ทรัพยากรชีวภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ และสำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อมปี ๒๕๓๙ เป็นสัตว์น้ำคุ้มครอง ตามพ.ร.บ.การประมง ปี ๒๕๓๕





         
                  นกกระสานวล

ชื่อสามัญนกกระสานวล (Gray heron)
ฃื่อวิทยาศาสตร์ 
Area cinerea
ถิ่นที่อยู่อาศัยหาดเลนชายทะเล ป่าชายเลน หนองบึง ทะเลสาบ ทุ่งนา และบ่อเลี้ยงกุ้ง
สถานภาพ
จากผลการประชุมของผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนกในประเทศไทย จัดโดย สำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นก และธรรมชาติ แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๙ ได้จัดให้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ไปจากประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันไม่พบการสร้างรังวางไข่ ในประเทศไทยอีกแล้ว และนกที่ย้ายถิ่นเข้ามา ก็ถูกล่าไปเป็นจำนวนมากทุกปี





         
                   ม่านลายไทย

ชื่อสามัญม่านลายไทย (Siamese giant-softshell turtle)
ฃื่อวิทยาศาสตร์ 
Chitra chitra Nutaphand, 1990
ถิ่นที่อยู่อาศัยแม่น้ำที่มีหาดทราย หรือดอนทรายกว้าง และไม่มีการรบกวน บุกรุก
สถานภาพ
จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ๒๕๓๕ ในประเทศไทย จากการจัดสถานภาพล่าสุดปี ๒๕๓๙ จัดอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ อย่างยิ่ง (critically endangered), จัดเป็นสัตว์ที่ถูกคุบคาม (threatened) จากการจัดสถานภาพโดย IUCN 1979 และ Hamphrey and Bain (1990) จัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์





          
                 ปลาทรงเครื่อง

ชื่อสามัญ
ปลาทรงเครื่อง (Redtail shark)
ชื่อวิทยาศาสตร
Epalzeorhynchos bicolor (Smith, 1931)
ถิ่นที่อยู่อาศัย
เป็นปลาเฉพาะถิ่นที่พบในประเทศไทยเท่านั้น พบในลุ่มน้ำแม่กลอง เจ้าพระยา และบางปะกง โดยอาศัยอยู่ตามแม่น้ำลำธาร ที่มีพืชพรรณค่อนข้างหนาแน่น
สถานภาพ
ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ในประเทศไทย จากมติการจัดสถานภาพ ของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ โดยผู้เชี่ยวชาญ   และสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมปี ๒๕๓๙




























พริก (chilli) ถือเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นแทบขาดไม่ได้สำหรับการประกอบ อาหารหลายชนิด เนื่องจากให้รสเผ็ดทำให้เพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี ถือเป็นพืชที่นิยมปลูกมากเป็นอันดับต้นๆ ทั้งปลูกเพื่อบริโภคเอง และส่งจำหน่ายในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่มีรายได้หลักมาจากการปลูกพริก
advertisement
การจำแนกพริกตามความเผ็ด
สารแคปไซซิน เป็นสารที่ให้ความเผ็ดในพริก มีหน่วยเป็นสโควิลล์ (Scoville) โดยพริกที่มีความเผ็ดร้อยละ 1 จัดเป็นพริกที่มีความเผ็ดมากที่ 100% หรือมีค่าเท่ากับ 175000 สโควิลล์ ซึ่งจำแนกออกเป็น 3 ชนิด คือ
1. พริกเผ็ดมาก เป็นพริกที่มีความเผ็ดในช่วง 70000-175000 สโควิลล์ พบได้ในพริกขนาดเล็ก มักนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย เช่นพันธุ์ตาบาสโก
2. พริกเผ็ดปานกลาง เป็นพริกที่มีความเผ็ดในช่วง 35000-70000 สโควิลล์ พริกชนิดนี้มักนำมาประกอบอาหาร เช่น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกจินดา พริกหัวเรือ พริกสีทน พริกช่อ มข. เป็นต้น
3. พริกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ด เป็นพริกที่มีความเผ็ดในช่วง 0-35000 สโควิลล์ มักเป็นพริกที่มีขนาดใหญ่ เนื้อหนา ผลมีลักษณะกลม สั้น มักนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย เช่น พริกหยวก พริกหวาน เป็นต้น
พริก
การจำแนกพริกตามขนาดผล
1. พริกใหญ่
เป็นพริกที่มีความยาวของผลมากกว่า 5 เซนติเมตร ขึ้นไป แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
– ผลยาวขนาดมากกว่า 5-10 เซนติเมตร ได้แก่ พริกมัน พริกชี้ฟ้า พริกเหลือง พริกบางช้าง ปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ นครปฐม ราชบุรี และพื้นที่ภาคกลาง
– ผลยาวมากกว่า 10 เซนติเมตร ได้แก่ พริกหนุ่ม พริกสิงคโปร์ ปลูกมากในจังหวัดนครปฐม ราชบุรี และพื้นที่ภาคกลาง
2. พริกขี้หนู
เป็นพริกที่มีความยาวของผลไม่เกิน 5 เซนติเมตร พริกขี้หนูแบ่งตามความยาวของผลเป็น 2 ชนิด คือ
– พริกที่มีขนาดผลยาวมากกว่า 2-5 เซนติเมตร ลักษณะผลมีทั้งชี้ขึ้น และลง ได้แก่ พริกห้วยสีทน พริกจินดา พริกหัวเรือ พริกชลบุรี เป็นต้น
– พริกที่มีขนาดผลยาวไม่เกิน 2 เซนติเมตร ได้แก่ พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกขี้หนูหอม พริกขี้นก
พริกขี้หนูแบ่งตามลักษณะการปลูกเป็น 2 ชนิด คือ
– พริกขี้หนูสวน เป็นพริกที่พบปลูกตามสวน ปลูกในปริมาณน้อย มีอายุมากกว่า 1 ปี มีขนาดทรงพุ่มเล็ก ลำต้นแข็งเป็นเหลี่ยม สูงประมาณ 1 ฟุต กิ่งแตกออกมาก ใบกว้าง 2-3 นิ้ว ยาว 4-5 นิ้ว ดอกจะออก 1-3 ดอก ตรงจุดรวมของใบที่สาม ผลมีลักษณะชูตั้งตรง เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2-0.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ก้านผลยาวประมาณ 2 เซนติเมตร
– พริกขี้หนูไร่ เป็นพริกที่มากในพื้นที่ไร่ในปริมาณมาก มีอายุมากกว่า 1 ปี สามารถเก็บผลได้หลายครั้ง มีลักษณะลำต้นใหญ่ และสูงกว่าพริกขี้หนูสวนที่ประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นมีลักษณะแข็ง ใบมีขนาดเล็กกว่าพริกขี้หนูสวน ยาว 3-4 เซนติเมตร มีลักษณะเรียวแหลม แผ่น และขอบใบเรียบ ออกดอก 1-3 ดอก ก้านดอกยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่ และยาวกว่าพริกขี้หนูสวนเล็กน้อย
สภาพที่เหมาะสมต่อการปลูก
1. อุณหภูมิ โดยพริกถือเป็นพืชที่ทนต่ออากาศร้อนได้ดี แต่ไม่ทนต่อสภาพอากาศหนาว อุณหภูมิที่ทำให้พริกเจริญเติบโต และติดดอก ติดผลได้ดีที่ตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียส
2. ความชื้นดิน โดยพริกเป็นพืชที่ต้องการน้ำปานกลาง เจริญเติบโตได้ดีในดินชุ่มชื้น และระบายน้ำดี เหี่ยวตายได้ง่ายในสภาพน้ำขัง ปริมาณน้ำที่พริกควรได้รับอย่างต่ำที่ 100 มิลลิเมตร/เดือน
3. แสง เป็นส่วนที่มีผลน้อยต่อพริกในประเทศไทย เนื่องจากช่วงแสงในบ้านเรามีมากกว่า 12 ชั่วโมง จึงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพริก
4. ความเป็นกรด-ด่างของดิน ซึ่งสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินที่เหมาะสมต่อพริกจะอยู่ช่วงประมาณ 6-7 มีลักษณะเป็นกรดเล็กน้อย แต่สามารถทนต่อสภาพดินเค็มได้ดี แต่หากสภาพดินเป็นกรดจัดอาจปรับสภาพดินด้วยปูนขาวทุกครั้งก่อนปลูก
5. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งพริกมักเจริญเติบโตไดดีในสภาพดินที่มีความร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุ และระบายน้ำได้ดี รวมถึงแร่ธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่เพียงพอ
การปลูก
การเพาะกล้า
การปลูกพริกจำเป็นต้องเลือกพันธุ์พริกที่ต้องกับความต้องการบริโภคหรือตามความต้องการของตลาด ซึ่งอาจต้องพิจารณาความนิยม และราคาเป็นสำคัญ เช่น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกหยวก พริกหวาน เป็นต้น
การเพาะเป็นขั้นแรกของการเริ่มปลูก ซึ่งจำเป็นต้องเพาะกล้าในแปลงเพาะหรือกะบะเพาะชำเพื่อให้ได้ต้นกล้าอ่อนก่อนย้ายออกปลูกในแปลงปลูก โดยนำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำไว้ 1 คืน และวางในร่ม 1-2 วัน พร้อมทำการเพาะตามขั้นตอน ดังนี้
– เตรียมดินเพาะหรือแปลงเพาะด้วยการผสมดินกับเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น มูลสัตว์ แกลบ ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วนระหว่าดินกับวัสดุ 2:1
– แปลงเพาะอาจเตรียมในแปลงดินที่ว่าง โดยการยกร่องแปลงสูง 20-30 เซนติเมตร หากเพาะในแปลงให้คลุกดินกับวัสดุในแปลง แต่หากเพาะในกะบะให้เตรียมด้านนอกก่อน
– การเพาะในแปลงให้หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตรา 30 กรัม/ตารางเมตร
– การเพาะในกะบะเพาะให้หยอดเมล็ดพันธุ์ 3-4 เมล็ด/หลุม ขึ้นอยู่กับขนาดหลุมกะบะ พร้อมโรยดินกลบเล็กน้อย เมื่อกล้าโต 5-10 เซนติเมตร ให้ถอนเหลือหลุมละต้น
– หลังการหว่านหรือหยอดเมล็ดให้รดน้ำให้ชุ่ม และรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง
การเตรียมดิน
แปลงที่ใช้ปลูกควรไม่เสี่ยงต่อน้ำท่วม และสามารถระบายน้ำได้ดีหากฝนตก ซึ่งให้เตรียมแปลง ดังนี้
– หากเป็นแปลงใหม่ ควรไถตากดินพร้อมกำจัดวัชพืช นาน 1 สัปดาห์
– ทำการหว่านปุ๋ยคอกในอัตรา 2-3 ตัน/ไร่ หากดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาว 100-200 กิโลกรัม/ไร่ พร้อมไถกลบยกร่องแปลงสูง 20-30 เซนติเมตร กว้าง 40-60 เซนติเมตร
– แปลงกว้างขนาด 30-50 สำหรับปลูกแถวเดี่ยว แปลงกว้าง 80-100 สำหรับปลูกแถวคู่ ขึ้นอยู่กับทรงพุ่มของแต่ละพันธุ์
– ปรับระดับแปลง พร้อมกำจัดวัชพืช และตากดินพร้อม 2-3 วัน
วิธีการปลูก
เมื่อต้นกล้ามีอายุ 30-40 วัน สูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มีใบจริง 5-7 ใบ และให้งดน้ำต้นกล้า 2-3 วันก่อนย้อยปลูก โดยมีขั้นตอนปลูก ดังนี้
– ขุดหลุมในระยะห่างระหว่างหลุม 50 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับทรงพุ่มของแต่ละพันธุ์
– นำกล้าที่ถอนเตรียมไว้ลงหลุมปลูก พร้อมกลบดินให้แน่นพอประมาณ
– รดน้ำให้ชุ่ม และรดทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง
สวนพริก
การดูแลรักษา
– เมื่อกล้าตั้งต้นได้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ให้คลุมแปลงรอบโคนต้นพริกทั้งหมดด้วยผ้าพลาสติกหรือฟางข้าว
– การให้น้ำควรให้ทุกวันในระยะแรก 1-2 ครั้ง และวันเว้นวันในช่วงผลแก่
– การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 500 กิโลกรัม/ไร่ ทุก 3 เดือน ร่วมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 14-14-21 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ และระยะออกดอกให้ใส่สูตร 12-12-24 อัตรา 15 กิโลกรัม/ไร่
– การกำจัดวัชพืช ควรกำจัดทุกๆ 1 เดือน โดยเฉพาะบริเวณรอบโคนต้น
การเก็บผลผลิต
การเก็บผลพริกจะเริ่มเก็บเมื่อพริกเริ่มเปลี่ยนสี ขึ้นกับสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปพริกจะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 2-3 เดือน หลังย้ายปลูกในแปลง

ไอเดียประดิษฐ์โคมไฟ 

ประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนม
ประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนม


วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนม
วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนม

วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนมเหลือใช้
วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากกล่องนมเหลือใช้

ประดิษฐ์โคมไฟสวยๆ
ประดิษฐ์โคมไฟสวยๆ

1. โคมไฟจากกล่องนม

สำหรับคนที่ชอบดื่มนมกล่องบ่อยๆ อย่าเพิ่งทิ้งกล่องไปอย่างเปล่าประโยชน์นะ เพราะสามารถนำมาดัดแปลง ประดิษฐ์เป็นโคมไฟที่ใช้ประโยชน์ได้ โดยให้นำกล่องนมมาตัดออกเป็นแผ่นกระดาษ นำไปเช็ดล้างคราบนมให้สะอาด จากนั้นตัดตามรอยพับ ซึ่งจะได้ประมาณ 5 แผ่น นำกระดาษกล่องนมแต่ละแผ่นมาพับเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนำมาประกอบติดกันให้เป็นรูปทรงกลม ทำที่แขวนแล้วใส่หลอดไฟเข้าไปข้างใน ก็พร้อมสำหรับใช้งานทันที


2. โคมไฟจากช้อนพลาสติก
ประดิษฐ์โคมไฟจากช้อนพลาสติก
ประดิษฐ์โคมไฟจากช้อนพลาสติก

วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากช้อนพลาสติก
วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากช้อนพลาสติก

DIY ประดิษฐ์โคมไฟสวยๆ
DIY ประดิษฐ์โคมไฟสวยๆ

ช้อนพลาสติก ก็สามารถนำมาทำเป็นโคมไฟเก๋ๆ ได้เหมือนกันนะ แถมต้นทุนต่ำอีกด้วย โดยอุปกรณ์หลักๆจะมีขวดน้ำพลาสติกสีใสตัดครึ่งเอาส่วนบนที่มีฝา และช้อนพลาสติก ซึ่งสำหรับวิธีการทำนั้น ให้ใช้มีดคัตเตอร์ตัดเอาส่วนหางช้อนออก แล้วนะส่วนหัวมาติดที่ขวดน้ำเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม โดนไล่จากล่างขึ้นบน จากนั้นนำช้อนมาติดซ้อนกันเป็นวงกลมเพื่อทำเป็นขั้วโคมไฟ ใส่หลอดไฟเข้าไปข้างใน ก็สามารถใช้งานได้ทันที


3. โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ
โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ
ไอเดียโคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ

วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ
วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ

DIY วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ
DIY วิธีประดิษฐ์โคมไฟจากไม้แขวนเสื้อ

อยากได้โคมไฟเก๋ๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหน แค่นำไม้แขวนเสื้อมาเรียงสลับกันเป็นชั้นๆ คล้ายรูปใบพัดอย่างสวยงาม จะมีช่องตรงกลางสำหรับใส่หลอดไฟพอดี ซึ่งก็จะได้โคมไฟที่สวยแปลกตา แถมให้แสงสว่างที่ดูมีลูกเล่น แบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้สึกประหลาดใจกับความงดงามของโคมไฟจากไม้แขวนเสื้อแน่นอน


4. โคมไฟจากตุ๊กยางรูปหมี
โคมไฟประดิษฐ์จากตุ๊กตาขนาดเล็ก
โคมไฟประดิษฐ์จากตุ๊กตาขนาดเล็ก

อีกไอเดียที่จะทำให้คุณได้โคมไฟที่เก๋และดูน่ารักฟรุ้งฟริ๊งมากขึ้น ก็คือการนำตุ๊กตายางรูปหมีมาทำเป็นโคมไฟนั่นเอง โดยให้นำตุ๊กตายางรูปหมี มาร้อยด้วยสายเชือกสีขาว เส้นละ 6-10 ตัว ตามความเหมาะสม จากนั้นนำแต่ละเส้นมาผูกกับคานไม้หรือวัสดุที่จะใช้เป็นฐานห้อยด้านบน โดยนำผูกห้อยระดับสูงต่ำให้ดูเป็นวงกลมอย่างสวยงาม ห้อยหลอดไฟไว้ตรงกลาง โดยให้ตุ๊กตายางหมีน้อยปิดมิดชิดพอดี เมื่อเปิดไฟ ตุ๊กตายางน้องหมีจะสะท้อนแสง ซึ่งก็ให้สีสันที่สวยงามมากเชียวล่ะ


5. โคมไฟจากกลอง
โคมไฟประดิษฐ์จากกลองเก่าๆ
โคมไฟประดิษฐ์จากกลองเก่าๆ

สำหรับกลองที่ว่านี้ ไม่ใช่กลองแบบไทยๆ ของเรานะ แต่เป็นกลองที่ใช้ในการเล่นดนตรี ทั้งในวงดุริยางค์และในคอนเสิร์ตนั่นเอง ซึ่งจะมีกลองใหญ่ 1 ตัว และกลองเล็กๆ อีก 3 ตัว หากว่าคุณมีและไม่ใช้แล้ว แนะนำให้เอามาทำเป็นโคมไฟ ซึ่งก็จะดูเก๋ไม่น้อย โดยให้ใส่หลอดไฟไว้ในกลองทั้ง 4 ตัว จากนั้นแขวนติดเพดาน ก็จะได้โคมไฟที่ดูแปลกตา มีสีสันที่สวยงามและไม่เหมือนใคร


6. โคมไฟจากอะไหล่จักรยานเก่า
โคมไฟประดิษฐ์จากอะไหล่จักรยาน
โคมไฟประดิษฐ์จากอะไหล่จักรยาน

จักรยานเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว แถมอะไหล่ก็ไม่สามารถนำไปขายต่อได้ อย่าเพิ่งทิ้งไปอย่างไร้ค่านะ เพราะอะไหล่เหล่านั้นสามารถนำมาประดิษฐ์โคมไฟ เพื่อใช้ประโยชน์ได้ โดยให้ถอดเอาอะไหล่จากรถจักรยานเก่าๆ เลือกที่มีลักษณะแบนๆ เป็นวงกลม และที่เป็นเส้นๆ มาประดิษฐ์ DIY ให้เป็นทรงกลมเหมือนโคไฟระย้าอย่างสวยงาม จากนั้นใส่หลอดไฟเข้าไปในโคมไฟอะไหล่ โดยเลือกเป็นไฟสี เพื่อให้ดูมีสีสันสวยงามยิ่งขึ้น ส่วนอะไหล่ที่นำมาประดิษฐ์ จะทาสีใหม่ให้ดูสวยเก๋ยิงขึ้น หรือจะใช้แบบไม่ต้องทาสีเลยก็ได้


7. โคมไฟจากมะระแอฟริกัน แกะสลัก
ผล Calabash ประดิษฐ์โคมไฟ
ผล Calabash ประดิษฐ์โคมไฟ

ไอเดียประดิษฐ์โคมไฟ
ไอเดียประดิษฐ์โคมไฟ

ไอเดียประดิษฐ์โคมไฟ Calabash
ไอเดียประดิษฐ์โคมไฟ Calabash

วิธีประดิษฐ์โคมไฟจาก Calabash
วิธีประดิษฐ์โคมไฟจาก Calabash

เคยเห็นมะระแอฟริกันไหมเอ่ย จะมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ สีเหลืองนวล สามารถนำมาแกะสลักให้เป็นลวดลายสวยงาม เพื่อประดิษฐ์เป็นโคมไฟได้ โดยเริ่มแรกให้ร่างภาพที่ต้องการจะแกะสลักก่อน จากนั้นค่อยๆแกะสลักอย่างพิถีพิถันที่สุด แล้วตามด้วยระบายสีอย่างสวยงาม จากนั้นนำมามิกซ์กับโคมไฟแบบตั้งโต๊ะ โดยใส่หลอดไฟเข้าไปในลูกมะระกลมๆ มีฐานโคมไฟตั้งโต๊ะรับน้ำหนักไว้ เมื่อเปิดไฟ จะได้โคมไฟที่สวยและอลังการเป็นอย่างมาก


8.โคมไฟจากหมวก
โคมไฟประดิษฐ์จากหมวก
วิธีทำโคมไฟประดิษฐ์จากหมวก

หมวกใบใหญ่ ที่มีรูปทรงเหมือนหมวกนักมายากล ก็สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟสุดเก๋ได้เช่นกัน ซึ่งง่ายๆ เลย แค่เจาะรูหมวกจากด้านบนแล้วใส่หลอดไฟลงไป หมวกธรรมดาๆ ก็จะกลายเป็นโคมไฟที่พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ


9. โคมไฟจากถ้วยกระดาษ
โคมไฟประดิษฐ์จากถ้วยกระดาษ
โคมไฟประดิษฐ์จากถ้วยกระดาษ

ถ้วยกระดาษเล็กๆ ที่ใช้ใส่ขนม เช่น เค้กกล้วยหอม คุกกี้ ก็นิยมนำมาทำเป็นโคมไฟเช่นกัน แน่นอนว่าหลายคนคงจะมองว่ามันดูบอบบางจนไม่น่าจะทำเป็นโคมไฟได้ แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินที่จะเป็นไปไม่ได้หรอกจริงไหม โดยให้คุณนำถ้วยกระดาษมาติดกาวซ้อนๆ กันให้เป็นรูปทรงกลม หุ้มหลอดไฟไว้ข้างใน ก็จะได้โคมไฟถ้วยกระดาษที่เรืองแสงอย่างสวยงาม แต่ย้ำว่าต้องเลือกหลอดไฟที่คุมความร้อนได้ดีสักหน่อยนะ เพราะหากร้อนมากไป ก็อาจทำให้กระดาษไหม้ได้เหมือนกัน


10. โคมไฟจากดอยลี่
วิธีทำโคมไฟประดิษฐ์จากลายถักโครเชต์
วิธีทำโคมไฟประดิษฐ์จากลายถักโครเชต์

ไอเดียวิธีทำโคมไฟประดิษฐ์จากลายถักโครเชต์
ไอเดียวิธีทำโคมไฟประดิษฐ์จากลายถักโครเชต์

สำหรับคนที่ถักโครเชต์ หรือถักดอยลี่เป็น ลองนำความสามารถของคุณมาประยุกต์ โดยการประดิษฐ์เป็นโคมไฟดูสิ โดยเริ่มแรกให้เป่าลูกโป่งจนได้ขนาดที่ต้องการ แนะนำว่าต้องเป็นลูกโป่งทรงกลมเท่านั้นนะ จากนั้นถักดอยลี่โดยใช้ลูกโป่งเป็นเกณฑ์ คือถักดอยลี่ให้หุ้มลูกโป่งได้พอดีนั่นเอง เมื่อได้ขนาดดอยลี่ที่ต้องการแล้ว ก็นำมาหุ้มหลอดไฟ แล้วถักจนเสร็จเรียบร้อย แค่นี้ก็ได้โคมไฟดอยลี่ ที่ดูสวยเก๋ น่าใช้งานแล้วล่ะ


11. โคมไฟจากช้อนเงิน
โคมไฟประดิษฐ์จากช้อนเงิน
ไอเดียโคมไฟประดิษฐ์จากช้อนเงิน

ช้อนหางยาว ช้อนซ่อมที่ใช้ทานข้าวเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟสุดหรูได้ไม่ยาก โดยให้นำช้อนมาเรียงสลับกันให้มีลักษณะเป็นเหมือนดอกบัวตูม ใส่หลอดไฟไว้ตรงกลาง แล้วใช้ลวดเส้นใหญ่พันรอบโคนช้อนไว้อย่างแน่นหนา หรืออีกแบบคือนำช้อนหางยาวและช้อนซ่อมมาต่อสลับกันให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ใส่หลอดไฟไว้ตรงกลาง ก็จะได้โคมไฟจากช้อนเงินที่ดูสวยหรูเป็นอย่างมาก

12. โคมไฟจากแผนที่ลูกโลก
โคมไฟประดิษฐ์จากแผนที่ลูกโลก
โคมไฟประดิษฐ์จากแผนที่ลูกโลก

เคยเห็นแผนที่ลูกโลก ที่ใช้จำลองแผนที่โลกจริงไหม นั่นก็สามารถนำมาทำเป็นโคมไฟที่สวยเก๋ได้เหมือนกัน โดยให้เจาะรูด้านบนของลูกโลก แล้วใส่หลอดไฟเข้าไป โดยนำมาทำแบบนี้ประมาณ 10-15 ลูก แล้วดึงเชือกแขวนให้ความยาวลดหลั่นกันไป ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


13. โคมไฟจากถ้วยกาแฟ
โคมไฟประดิษฐ์จากแก้วกาแฟ
โคมไฟประดิษฐ์จากแก้วกาแฟเหลือใช้

ถ้วยกาแฟพร้อมจานรอง นำมาประดิษฐ์ DIY ให้เป็นโคมไฟที่สวยแปลกตาและดูมีสีสัน ซึ่งก็อาจจะเป็นถ้วยพลาสติกหรือถ้วยกระเบื้องก็ได้ แต่ต้องติดกาวให้แน่นมากพอที่จะมั่นใจได้ว่าจะไม่หลุดและร่วงลงมาแตกนั่นเอง โดยให้นำถ้วยกาแฟมาเจาะรูตรงก้นถ้วยและจานรองเพื่อให้สอดสายไฟเข้าไปต่อกับหลอดไฟได้ แล้วนำแก้วกาแฟกับจานรองมาติดกาวให้แน่นหนา ดึงสายไฟขึ้นห้อยเป็นโคมไฟในลักษณะถ้วยคว่ำลงมา มีจานรองเป็นฐานด้านบน ก็จะได้ภาพที่สวยแปลกตาไม่น้อย


14. โคมไฟจากขวดไวน์
โคมไฟประดิษฐ์จากขวดไวน์
โคมไฟประดิษฐ์จากขวดไวน์เก่าๆ

รู้หรือไม่ ขวดไวน์ก็นำมาทำเป็นโคมไฟได้ โดยการนำขวดไวน์ 15-20 ขวด มาผูกเชือกให้แน่นแล้วแขวนโยงตรงจุดเดียวกัน พร้อมกับแขวนหลอดไฟไว้ตรงกลาง เมื่อเปิดไฟ แสงจากหลอดไฟจะสะท้อนไปตามขวดไวน์ใบแล้วใบเล่า ให้ภาพที่ดูสวยงามแปลกตา แบบที่หาที่ไหนม่ได้เลยล่ะ แถไม่ต้องทิ้งขวดไวน์ ไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วยนะ


15. โคมไฟดอกไม้ จากก้นขวดพลาสติก
โคมไฟประดิษฐ์จากขวดพลาสติก
โคมไฟประดิษฐ์จากขวดพลาสติก

โคมไฟประดิษฐ์จากขวดพลาสติก
โคมไฟประดิษฐ์จากขวดพลาสติก

วิธีประดิษฐ์โคมไฟ
วิธีประดิษฐ์โคมไฟ

และสุดท้าย ก็คือโคมไฟดอกไม้สุดหรู จากก้นขวดพลาสติก ซึ่งก็มีความสวยงดงามเหมือนกับดอกไม้จริงๆ  ทั้งช่วยแต่งเติมบ้านให้ดูหรูหรา ไฮโซยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยให้นำขวดน้ำพลาสติก มาตัดเอาเฉพาะก้นขวด จากนั้นตัดให้เหลือส่วนเล็กๆ ของก้นขวดที่เป็นรูปดอกไม้พอดี นำมาร้อยต่อๆกันด้วยเส้นเอ็น นำลวดเส้นหนามาโค้งเป็นวงกลมให้เป็นฐาน แล้วนำดอกไม้ที่ร้อยด้วยเอ็นเรียบร้อยแล้ว ไปผูกติดกับฐานลวด โดยผูกไล่ไปเรื่อยๆ ให้รอบวงกลมอย่างสวยงาม ส่วนตรงกลางจะใส่หลอดไฟลงไป แล้วร้อยดอกไม้จากก้นขวดให้ยาวที่สุด เพื่อให้ดูไล่ระดับเหมือนโคมไฟระย้า แค่นี้ก็ได้โคมไฟดอกไม้ จากก้นขวดพลาสติก ที่สวยวิ๊งและเพอร์เฟ็กต์ที่สุด

ไม่ยากเลยใช่ไหมเอ่ยกับการประดิษฐ์โคมไฟแบบ DIY ที่จะทำให้คุณได้โคมไฟที่สวยเก๋ ดูมีระดับและประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก และนี่ก็คือ 15 แบบ DIY ที่ได้รับความนิยมสุดๆ แถมทำตามได้ไม่ยากอีกด้วย สำหรับใครที่อยากจะประดิษฐ์โคมไฟด้วยตัวเอง ไอเดียเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลย